
คอมีริ้วรอย ผิวคอไม่กระชับ ทำอะไรดี? Program RedTouch Pro ช่วยได้ไหม? | Reva Clinic
คอมีริ้วรอย เส้นคอชัด หรือผิวคอเริ่มไม่กระชับ Program RedTouch Pro ช่วยได้ไหม? รู้จัก 675 nm laser กับ Collagen Remodeling และงานวิจัยที่ศึกษาบริเวณคอโดยตรง


ถ้าลองค้นหาราคาโปรแกรม RedTouch Pro หลายคนน่าจะเจอว่าราคาของแต่ละคลินิกต่างกันพอสมควร ทั้งที่ดูแล้วก็เป็นเครื่องเดียวกัน และใช้เลเซอร์ความยาวคลื่น 675 nm เหมือนกัน
จึงเป็นคำถามที่เจอบ่อยว่า “ถ้าเครื่องเหมือนกัน ทำไมราคาถึงไม่เท่ากัน?”
จริง ๆ แล้วความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า แต่ละคลินิกใช้เครื่องนั้นอย่างไร และในหนึ่ง Session ทำอะไรให้คนไข้บ้าง
โปรแกรม RedTouch Pro ไม่ได้มีแค่การเปิดเครื่องแล้วเลเซอร์วนให้ทั่วหน้า เพราะผิวแต่ละบริเวณอาจมีปัญหาไม่เหมือนกัน บางจุดต้องการเน้น Skin Quality โดยรวม บางจุดมีรูขุมขนหรือ Texture ชัด บางคนมีหลุมสิว หรือมีปัญหาเฉพาะจุดที่ต้องให้น้ำหนักเพิ่มเติม
ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบราคา นอกจากถามว่า “ครั้งละเท่าไหร่?” อาจต้องดูเพิ่มด้วยว่า “ในหนึ่งครั้งทำอะไรบ้าง?”



ที่ Reva Clinic เราออกแบบการทำโปรแกรม RedTouch Pro โดยใช้ 3 เทคนิค คือ MOVE + STAMP + SPOT ร่วมกันในหนึ่ง Session
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับการทำเหมือนกันทั้งหมด
MOVE จะใช้กับพื้นที่กว้างเพื่อดูแล Overall Skin Quality ส่วน STAMP จะช่วยให้แพทย์ลงรายละเอียดเพิ่มเติมในบริเวณที่มีปัญหาชัด เช่น รูขุมขน Texture หรือหลุมสิว ขณะที่ SPOT จะใช้ดูแลปัญหาเฉพาะจุดในเคสที่เหมาะสม
แพทย์จะเป็นคนดูว่าผิวของแต่ละคนควรให้น้ำหนักกับส่วนไหนมากหรือน้อย
ตัวอย่างเช่น คนที่ผิวโดยรวมค่อนข้างดี แต่มีรูขุมขนชัดบริเวณแก้ม อาจได้รับ Treatment Design ต่างจากคนที่มีทั้ง Skin Quality ลดลง Texture ไม่สม่ำเสมอ และมีหลุมสิวร่วมด้วย
เครื่องเดียวกัน แต่รายละเอียดในการทำจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โปรแกรม RedTouch Pro 3 Modes ที่ Reva Clinic
เรื่องระยะเวลาเป็นอีกหนึ่งคำถามที่เราเจอบ่อย
ที่ Reva Clinic การทำโปรแกรม RedTouch Pro โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและรายละเอียดที่ต้องทำในแต่ละคน
ไม่ได้หมายความว่า ยิ่งทำนานยิ่งดี และเราไม่คิดว่าจำนวนนาทีเพียงอย่างเดียวสามารถใช้ตัดสินคุณภาพของ Treatment ได้
แต่เวลาที่ใช้ใน Protocol ของ Reva มาจากการทำแต่ละส่วนให้ครบตามที่แพทย์วางแผนไว้ ตั้งแต่ MOVE ในพื้นที่กว้าง ไปจนถึงการใช้ STAMP และ SPOT เก็บรายละเอียดในบริเวณที่ต้องการเน้น
บางคนมีปัญหาค่อนข้างเฉพาะจุด จึงใช้เวลาไม่เท่ากับคนที่มีหลายปัญหาผิวร่วมกัน
เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นว่าที่หนึ่งใช้เวลาประมาณ 15 นาที ขณะที่อีกที่ใช้เวลา 30–60 นาที ก็ยังไม่ควรสรุปจากเวลาเพียงอย่างเดียวว่าแบบไหนดีกว่า
สิ่งที่ควรถามมากกว่าคือ ในเวลานั้นมีการทำอะไรให้เราบ้าง

ไม่จำเป็น
แต่ละคลินิกมีวิธีตั้งราคา Package และ Protocol ที่แตกต่างกัน ราคาที่สูงกว่าจึงไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอ และราคาที่ถูกกว่าก็ไม่ได้แปลว่าทำไม่ดี
สิ่งที่คนไข้สามารถนำมาเปรียบเทียบได้จริง คือ สิ่งที่ได้รับภายในราคานั้น
เช่น ทำแบบเดียวทั่วทั้งหน้าหรือมีการปรับตามแต่ละบริเวณ มีเทคนิคอะไรอยู่ใน Session บ้าง มีการเน้นบริเวณรูขุมขน Texture หรือหลุมสิวเพิ่มเติมหรือไม่ และแพทย์มีการประเมินผิวก่อนออกแบบ Treatment หรือไม่
รายละเอียดเหล่านี้สำคัญ เพราะคนไข้สองคนที่จอง “โปรแกรม RedTouch Pro” เหมือนกัน อาจมีสิ่งที่ต้องการแก้ไม่เหมือนกันเลย
คนหนึ่งอยากให้ผิวละเอียดและรูขุมขนดูเล็กลง อีกคนเริ่มมี Fine Lines ส่วนอีกคนมีหลุมสิวที่ต้องลงรายละเอียดเฉพาะบริเวณ หรืออาจต้องทำ Treatment อื่นร่วมด้วย
ถ้าทั้งสามคนได้รับการทำเหมือนกันทุกขั้นตอน ก็คงไม่ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละคนเท่าไร
ราคาเป็นเรื่องสำคัญในการตัดสินใจอยู่แล้ว แต่ถ้าจะเปรียบเทียบโปรแกรม RedTouch Pro ระหว่างแต่ละคลินิก อยากให้ดูมากกว่าราคาต่อครั้ง
ที่ Reva Clinic เราใช้ MOVE + STAMP + SPOT และปรับรายละเอียดตามปัญหาผิวที่พบจริง โดยทั่วไปหนึ่ง Session ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ตาม Treatment Plan ของแต่ละคน
ดังนั้นก่อนตัดสินใจ อาจลองถามให้ชัดว่าราคาที่เห็น รวมอะไรบ้าง ทำด้วยเทคนิคแบบไหน และ Treatment ถูกออกแบบให้ตรงกับปัญหาผิวของเราหรือไม่
เพราะสุดท้าย เครื่องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษา วิธีที่แพทย์ใช้เครื่องนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน
สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับ โปรแกรม RedTouch Pro ที่ Reva Clinic หรืออ่านเพิ่มเติมว่า ทำโปรแกรม RedTouch Pro ที่ไหนดี ควรพิจารณาอะไรบ้าง